Mเมดดี้Medee
หน้าแรก›ประชาชนทั่วไป›ยาลดไข้เด็ก กี่ซีซี

ยาลดไข้เด็ก กี่ซีซี

คำนวณขนาดยาพาราเซตามอลและไอบูโพรเฟนในเด็กตามน้ำหนัก พร้อมเพดานสูงสุดต่อครั้งและต่อวัน

กรอกน้ำหนักและอายุของลูก แล้วดูว่าควรป้อนยาลดไข้กี่ซีซี ตามความแรงของยาที่ขายในไทย พร้อมขีดจำกัดสูงสุดต่อวัน

ยาลดไข้เด็ก ให้กี่ซีซี คำนวณยังไง

ขนาดยาลดไข้ในเด็กคิดตามน้ำหนักตัวเสมอ ไม่ใช่ตามอายุ พาราเซตามอลให้ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อครั้ง ห่างกันอย่างน้อย 4 ถึง 6 ชั่วโมง และไม่เกิน 5 ครั้งในหนึ่งวัน ส่วนไอบูโพรเฟนให้ 5 ถึง 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อครั้ง ห่างกัน 6 ถึง 8 ชั่วโมง สิ่งที่ทำให้คนคำนวณผิดบ่อยที่สุดคือยาน้ำแต่ละขวดมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน ต้องดูที่ฉลากทุกครั้งว่ากี่มิลลิกรัมต่อกี่มิลลิลิตร เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้ไอบูโพรเฟน

ค่าที่ต้องกรอก

พาราเซตามอล น้ำเชื่อม 120 มก./5 มล. ต่อครั้ง
6.3 - 9.3 มล.

ลูกน้ำหนัก 15 กก. อายุ 36 เดือน พาราเซตามอลคิดที่ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เท่ากับครั้งละ 150 - 225 มิลลิกรัม (ครั้งหนึ่งไม่เกิน 500 มิลลิกรัม แม้เด็กตัวโต) และรวมทั้งวันต้องไม่เกิน 900 มิลลิกรัม แปลงเป็นซีซีตามขวดที่บ้านได้ตามตารางด้านล่าง ก่อนตวงทุกครั้งให้ดูฉลากขวดว่าความแรงตรงกับบรรทัดที่เลือกหรือไม่ เพราะขวดหน้าตาคล้ายกันแต่ความแรงต่างกันเกือบเท่าตัว ถ้าใช้ผิดบรรทัดจะได้ยาเกินขนาดทันที และให้ตวงด้วยกระบอกฉีดยาหรือถ้วยตวงที่มากับขวด ห้ามใช้ช้อนกินข้าว กติกาความปลอดภัยของพาราเซตามอล: ให้ห่างกันอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งใน 24 ชั่วโมง และไม่เกิน 3 วันติดต่อกัน ถ้าไข้ยังไม่ลดต้องพาไปพบแพทย์ ห้ามเพิ่มขนาดยาเองเพราะไข้ไม่ลง การให้ถี่ขึ้นหรือมากขึ้นไม่ได้ทำให้ไข้ลงเร็วขึ้น แต่ทำให้ตับวายได้ ยาลดไข้ไม่ได้รักษาต้นเหตุ มันแค่ทำให้เด็กสบายตัวขึ้นเพื่อให้กินและนอนได้ ถ้าไข้ลดแล้วลูกเล่นได้ตามปกติ มักไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่ถ้าไข้ลงแล้วยังซึม ไม่กินอะไรเลย ให้พาไปพบแพทย์

พารา ชนิดหยด 100 มก./มล.
1.5 - 2.2 มล. ต่อครั้ง (ใช้หลอดหยดที่มากับขวดเท่านั้น ชนิดหยดเข้มข้นกว่าน้ำเชื่อมมาก ห้ามตวงด้วยช้อนยา)
พารา น้ำเชื่อม 120 มก./5 มล.
6.3 - 9.3 มล. ต่อครั้ง (ทั้งวันไม่เกิน 37.5 มล.)
พารา น้ำเชื่อม 250 มก./5 มล.
3 - 4.5 มล. ต่อครั้ง (ทั้งวันไม่เกิน 18 มล.)
เพดานพาราต่อวัน
รวมทุกครั้งใน 24 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 900 มิลลิกรัม และไม่เกิน 4 ครั้ง ถ้าจำเป็นต้องให้ครบ 4 ครั้งทุกวันเกิน 3 วัน แปลว่าต้องไปพบแพทย์แล้ว
ไอบูโพรเฟน 100 มก./5 มล.
3.8 - 7.5 มล. ต่อครั้ง ทุก 6-8 ชั่วโมง ไม่เกิน 3 ครั้งใน 24 ชั่วโมง กินพร้อมอาหารหรือหลังกินนม (ทั้งวันไม่เกิน 22.5 มล. หรือ 450 มิลลิกรัม)
อันตรายที่พบบ่อยที่สุด
ได้พาราซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว เพราะยาแก้หวัด ยาชง ยาลดน้ำมูกสำหรับเด็กหลายยี่ห้อมีพาราเซตามอลผสมอยู่แล้ว ถ้าให้พร้อมกันจะเกินขนาดและทำให้ตับวาย ให้อ่านฉลากทุกซองว่ามีคำว่า พาราเซตามอล หรือ Paracetamol หรือไม่
ถ้าสงสัยว่าให้ยาเกินขนาด
อย่ารอให้มีอาการ เพราะพิษต่อตับมักไม่มีอาการใน 24 ชั่วโมงแรก ให้โทรศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี 1367 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือพาไปห้องฉุกเฉินพร้อมขวดยา
ห้ามใช้ไอบูโพรเฟนเมื่อ
ลูกขาดน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย อาเจียนมาก กินไม่ได้ ปวดท้อง ถ่ายดำ เป็นโรคไต หรือสงสัยไข้เลือดออก เพราะเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะและไตวาย
สงสัยไข้เลือดออกเมื่อ
ไข้สูงลอย 2-3 วัน หน้าแดง ปวดเมื่อยมาก มีจุดเลือดออก อยู่ในช่วงระบาด ให้ใช้พาราเซตามอลอย่างเดียว ห้ามไอบูโพรเฟนและแอสไพริน
ห้ามใช้แอสไพรินในเด็ก
แอสไพรินและยาที่มีซาลิไซเลตห้ามใช้ลดไข้ในเด็กและวัยรุ่นทุกกรณี เพราะเสี่ยงกลุ่มอาการเรย์ ซึ่งทำให้ตับและสมองเสียหายรุนแรง
เรื่องชักจากไข้
การให้ยาลดไข้ไม่สามารถป้องกันการชักจากไข้ได้ จึงไม่ต้องให้ยาถี่ขึ้นเพื่อหวังกันชัก ถ้าลูกชักให้จับนอนตะแคง ไม่ต้องงัดปาก และพาไปโรงพยาบาล
ต้องไปโรงพยาบาลทันทีถ้า
ชัก ซึมปลุกยาก หายใจเร็วหอบ ปากเขียว คอแข็ง มีผื่นจ้ำเลือด ปัสสาวะน้อยกว่า 6-8 ชั่วโมง หรือไข้เกิน 3 วันโดยไม่ทราบสาเหตุ
ข้อจำกัดของเครื่องมือนี้
คำนวณจากน้ำหนักตัวของเด็กทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เหมาะกับเด็กที่มีโรคตับ โรคไต ขาดสารอาหารรุนแรง หรือกินยาประจำอยู่ กลุ่มนี้ต้องให้แพทย์กำหนดขนาดยาเอง และเครื่องมือนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าไข้เกิดจากอะไร
พื้นที่โฆษณา · ใต้ผลลัพธ์

ทำไมขนาดยาลดไข้ต้องคิดจากน้ำหนัก ไม่ใช่อายุ

เด็กอายุ 2 ขวบเท่ากันสองคน อาจหนัก 10 กิโลกรัมกับ 16 กิโลกรัม ต่างกันกว่าครึ่ง ถ้าป้อนยาตามอายุ เด็กตัวเล็กจะได้ยาเกินไปราวครึ่งหนึ่งของขนาดที่ควรได้ ส่วนเด็กตัวโตจะได้น้อยเกินจนไข้ไม่ลง ขนาดยาลดไข้ในเด็กจึงคิดเป็นมิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมเสมอ และต้องเป็นน้ำหนักปัจจุบัน ไม่ใช่น้ำหนักครั้งที่ชั่งเมื่อหลายเดือนก่อน

ตัวเลขบนกล่องยาที่เขียนว่าเหมาะกับอายุเท่านั้นเท่านี้ เป็นค่าประมาณสำหรับเด็กที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยของวัยนั้น ใช้ได้เมื่อไม่มีทางชั่งน้ำหนักจริง แต่ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรยึดเมื่อชั่งได้

จุดที่พ่อแม่คำนวณพลาดบ่อยที่สุด คือความแรงบนฉลาก

พาราเซตามอลน้ำเชื่อมในไทยมีอย่างน้อยสามแบบที่ขวดหน้าตาคล้ายกันมาก คือชนิดหยดเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อ 1 มิลลิลิตร น้ำเชื่อม 120 มิลลิกรัมต่อ 5 มิลลิลิตร และน้ำเชื่อมสำหรับเด็กโต 250 มิลลิกรัมต่อ 5 มิลลิลิตร สองแบบหลังต่างกันกว่าสองเท่า ถ้าหยิบขวด 250 มาตวงตามจำนวนซีซีของขวด 120 เด็กจะได้ยาเกินทันทีโดยที่ปริมาณยาที่เห็นในกระบอกดูเท่าเดิม

ก่อนตวงทุกครั้งจึงต้องอ่านบรรทัดความแรงบนฉลากก่อน แล้วค่อยดูว่าตรงกับบรรทัดไหนในผลคำนวณ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนขวดใหม่ ซื้อจากร้านอื่น หรือมียาที่ได้จากโรงพยาบาลปนกับยาที่ซื้อเอง

อีกเรื่องที่ทำให้ได้ยาเกินโดยไม่รู้ตัวคือยาแก้หวัดและยาชงสำหรับเด็กหลายสูตรมีพาราเซตามอลผสมอยู่แล้ว ถ้าป้อนพร้อมกับยาลดไข้อีกขวด เท่ากับได้พาราเซตามอลสองทาง ให้อ่านฉลากทุกซองว่ามีคำว่าพาราเซตามอลหรือ Paracetamol หรือไม่

ป้อนแล้วอาเจียนออกมา ให้ซ้ำได้ไหม

ถ้าอาเจียนออกมาทันทีภายในไม่กี่นาทีและเห็นว่ายาออกมาด้วย โดยทั่วไปให้ซ้ำได้ในขนาดเดิม แต่ถ้าผ่านไปเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว ยาส่วนหนึ่งถูกดูดซึมไปแล้ว การป้อนซ้ำเต็มขนาดจะกลายเป็นได้ยาเกิน กรณีนี้ควรรอให้ถึงรอบถัดไปตามเวลาปกติ ถ้าลูกอาเจียนทุกครั้งที่ป้อนยาจนกินยาไม่ได้เลย นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องไปพบแพทย์ ไม่ใช่เหตุผลที่จะเพิ่มขนาดยา

สลับพาราเซตามอลกับไอบูโพรเฟนไปมา ควรทำไหม

แนวทางส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้สลับยาสองชนิดเป็นกิจวัตร เพราะประโยชน์ที่ได้เพิ่มมีไม่มาก แต่เพิ่มโอกาสสับสนเรื่องเวลาและขนาดยาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีคนป้อนยาหลายคนสลับกันดูแล การใช้ยาตัวเดียวตามเวลาที่กำหนดแล้วจดไว้ว่าป้อนครั้งล่าสุดกี่โมง ปลอดภัยกว่าในทางปฏิบัติ

ไข้ลงไม่ถึงปกติ ไม่ได้แปลว่ายาไม่ได้ผล

ยาลดไข้ไม่ได้ทำให้อุณหภูมิกลับไปที่ 36.5 องศา มันลดไข้ลงประมาณ 1 ถึง 2 องศาเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเลขบนปรอท แต่คือเด็กสบายตัวพอจะกินน้ำ กินนม และนอนหลับได้ ถ้าไข้ลงแล้วลูกลุกมาเล่นได้ กินได้ นั่นคือสัญญาณที่ดีกว่าตัวเลขอุณหภูมิ

ในทางกลับกัน ความสูงของไข้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าโรครุนแรงแค่ไหน เด็กที่ไข้ 39 องศาแต่ยังเล่นได้ มักน่ากังวลน้อยกว่าเด็กที่ไข้ 38 องศาแต่ซึม ปลุกยาก ไม่ดูดนม หรือหายใจเร็ว อาการเหล่านี้ต่างหากที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล ไม่ใช่รอดูว่าปรอทขึ้นถึงเท่าไร

อ้างอิงราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย แนวทางการดูแลเด็กที่มีไข้ พ.ศ. 2562
NICE Guideline NG143 Fever in under 5s: assessment and initial management (2021)
BNF for Children 2024 - Paracetamol and Ibuprofen oral dosing by body weight (max 4 doses/24 hr paracetamol)
WHO Pocket Book of Hospital Care for Children, 2nd edition (2013)
ศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สายด่วน 1367
ทบทวนล่าสุด 11 ตุลาคม 2569 · คำนวณในเบราว์เซอร์ ไม่ส่งข้อมูลออกจากเครื่อง
กดเพื่อบอกว่าหน้านี้ใช้ได้จริง