Mเมดดี้Medee
หน้าแรก›บุคลากร›PaO2/FiO2 Ratio (P/F) and Berlin ARDS Severity

PaO2/FiO2 Ratio (P/F) and Berlin ARDS Severity

อัตราส่วน PaO2 ต่อ FiO2 และระดับความรุนแรง ARDS ตามเกณฑ์ Berlin

คำนวณ P/F ratio จากค่าแก๊สในเลือดแดง พร้อมแบ่งระดับ ARDS ตามเกณฑ์ Berlin และคำนวณ SpO2/FiO2 สำรองเมื่อไม่ได้เจาะแก๊ส

P/F ratio คืออะไร บอกอะไรได้บ้าง

P/F ratio คือค่า PaO2 จากการเจาะแก๊สในเลือดแดง หารด้วยสัดส่วนออกซิเจนที่ผู้ป่วยได้รับ ใช้บอกว่าปอดแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้แย่แค่ไหนโดยไม่ขึ้นกับว่าให้ออกซิเจนไปเท่าไร คนปกติมีค่ามากกว่า 400 ตามเกณฑ์ Berlin ภาวะ ARDS แบ่งเป็นระดับน้อยเมื่ออยู่ระหว่าง 200 ถึง 300 ระดับปานกลางเมื่ออยู่ระหว่าง 100 ถึง 200 และระดับรุนแรงเมื่อไม่เกิน 100 โดยต้องวัดขณะได้ PEEP อย่างน้อย 5

ค่าที่ต้องกรอก

ไม่ใส่ก็ได้ — เว้นว่างแล้วส่วนที่ใช้ค่านี้จะไม่แสดง
PaO2/FiO2 ratio
160 mmHg

P/F ratio เท่ากับ 160 จัดอยู่ในกลุ่ม ARDS ระดับปานกลาง (moderate) เป็นตัวช่วยคำนวณ ไม่ใช่คำสั่งการรักษา ต้องประเมินผู้ป่วยรายบุคคลร่วมกับแนวทางเวชปฏิบัติของหน่วยงานเสมอ

ระดับตามเกณฑ์ Berlin
ARDS ระดับปานกลาง (moderate)
ช่วงอ้างอิง
มากกว่า 300 = ไม่เข้าเกณฑ์ · 201-300 น้อย · 101-200 ปานกลาง · ไม่เกิน 100 รุนแรง (ทุกช่วงต้องมี PEEP หรือ CPAP อย่างน้อย 5)
ARDS ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขนี้
เกณฑ์ Berlin ต้องครบ 4 ข้อ คือ เกิดภายใน 1 สัปดาห์หลังมีเหตุกระตุ้น · ภาพรังสีมีฝ้าขาวสองข้างที่อธิบายด้วยน้ำท่วมปอดหรือปอดแฟบไม่หมด · ไม่ได้เกิดจากหัวใจล้มเหลวหรือน้ำเกินเป็นหลัก · และ P/F ตามข้างบน
พื้นที่โฆษณา · ใต้ผลลัพธ์

ตัวเลข P/F อย่างเดียวยังไม่ใช่การวินิจฉัย ARDS

เกณฑ์ Berlin กำหนดองค์ประกอบไว้สี่ข้อ และ P/F เป็นเพียงข้อเดียวในนั้น อีกสามข้อคือ อาการต้องเกิดขึ้นใหม่หรือแย่ลงภายใน 1 สัปดาห์หลังเหตุกระตุ้นที่ทราบ ภาพรังสีทรวงอกต้องมีฝ้าขาวทั้งสองข้างที่อธิบายด้วยน้ำในเยื่อหุ้มปอด ปอดแฟบ หรือก้อนไม่ได้ และภาวะหายใจล้มเหลวนั้นต้องอธิบายด้วยหัวใจล้มเหลวหรือน้ำเกินไม่ได้ทั้งหมด ผู้ป่วยที่ P/F ต่ำจากปอดบวมข้างเดียว จากภาวะน้ำท่วมปอดจากหัวใจ หรือจากปอดแฟบหลังผ่าตัด จึงไม่ใช่ ARDS แม้ตัวเลขจะเข้าเกณฑ์

ข้อที่มักถูกมองข้ามที่สุดคือ Berlin ระบุให้วัด P/F ขณะที่ผู้ป่วยได้ PEEP หรือ CPAP อย่างน้อย 5 เซนติเมตรน้ำ ค่าที่วัดตอนยังไม่ได้ตั้ง PEEP จึงใช้จัดระดับความรุนแรงไม่ได้

ทำไมค่าเดิมของปอดเดิม ให้ P/F ไม่เท่ากัน

P/F ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะเมื่อปอดดีขึ้นหรือแย่ลง มันเปลี่ยนตามค่าที่เราตั้งเองด้วย การเพิ่ม FiO2 ในผู้ป่วยที่มี shunt มาก มักทำให้ PaO2 ขึ้นน้อยกว่าที่สัดส่วนควรจะเป็น ตัวหารจึงโตเร็วกว่าตัวตั้ง และ P/F ลดลงทั้งที่พยาธิสภาพในปอดไม่ได้เปลี่ยน การเพิ่ม PEEP ก็ทำให้ P/F ดีขึ้นได้ภายในไม่กี่นาทีด้วยเหตุผลเดียวกัน

ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติคือ การเทียบ P/F ของวันนี้กับเมื่อวานจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรู้ว่าตอนนั้นตั้ง FiO2 และ PEEP เท่าไร ค่าที่บันทึกไว้ลอยๆ โดยไม่มีสองตัวนี้กำกับ ตีความย้อนหลังแทบไม่ได้

ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลก็มีผล

ที่ความกดอากาศต่ำลง PaO2 ของคนปกติจะต่ำลงตาม P/F ที่วัดได้บนที่สูงจึงต่ำกว่าค่าที่พื้นราบโดยที่ปอดไม่ได้ผิดปกติมากกว่ากัน เกณฑ์ Berlin จึงมีข้อปรับสำหรับพื้นที่ซึ่งอยู่สูงกว่า 1000 เมตร ในบริบทของไทยประเด็นนี้แทบไม่มีผล แต่ควรรู้ไว้เมื่ออ่านงานวิจัยจากประเทศที่ตั้งอยู่บนที่สูง

เมื่อไม่ได้เจาะแก๊สในเลือดแดง

ในหอผู้ป่วยที่ไม่ได้เจาะแก๊สทุกครั้ง มีการใช้ SpO2 ต่อ FiO2 แทนเพื่อติดตามแนวโน้ม งานของ Rice และคณะเทียบไว้ว่าค่า S/F ประมาณ 235 สอดคล้องกับ P/F 200 และ S/F ประมาณ 315 สอดคล้องกับ P/F 300 ข้อจำกัดสำคัญคือใช้ได้เมื่อ SpO2 ยังไม่เกินราว 97 เปอร์เซ็นต์ เพราะเหนือจุดนั้นกราฟจับออกซิเจนของฮีโมโกลบินแบนจนค่า SpO2 แยกความแตกต่างของ PaO2 ไม่ออกอีกต่อไป และ S/F ยังเพี้ยนได้จากสิ่งที่รบกวนการวัดปลายนิ้ว เช่น ปลายมือเย็น ความดันต่ำ ยาบีบหลอดเลือด หรือยาทาเล็บ

S/F จึงเหมาะกับการเฝ้าดูแนวโน้มและคัดกรอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินระดับความรุนแรงแทนการเจาะแก๊สเมื่อผลนั้นจะเปลี่ยนการรักษา

อ้างอิงARDS Definition Task Force; Ranieri VM, Rubenfeld GD, et al. Acute respiratory distress syndrome: the Berlin Definition. JAMA. 2012;307(23):2526-2533
Rice TW, Wheeler AP, Bernard GR, et al. Comparison of the SpO2/FIO2 ratio and the PaO2/FIO2 ratio in patients with acute lung injury or ARDS. Chest. 2007;132(2):410-417
ทบทวนล่าสุด 11 ตุลาคม 2569 · คำนวณในเบราว์เซอร์ ไม่ส่งข้อมูลออกจากเครื่อง
กดเพื่อบอกว่าหน้านี้ใช้ได้จริง