Mเมดดี้Medee
หน้าแรก›บุคลากร›IVC Collapsibility / Distensibility Index and RA Pressure Estimate

IVC Collapsibility / Distensibility Index and RA Pressure Estimate

ดัชนียุบ-ขยาย IVC จากอัลตราซาวด์ ประเมินความดัน RA

คำนวณ collapsibility index (หายใจเอง) หรือ distensibility index (ใช้เครื่องช่วยหายใจ) จากขนาด IVC และประมาณค่า RA pressure ตามเกณฑ์ ASE

IVC collapsibility คืออะไร ดูยังไง

เป็นการใช้อัลตราซาวด์วัดขนาดหลอดเลือดดำใหญ่ที่เข้าหัวใจ ทั้งตอนหายใจเข้าและหายใจออก แล้วดูว่ามันยุบหรือขยายไปมากน้อยแค่ไหน ในคนที่หายใจเองเรียกว่า collapsibility index ส่วนคนที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวกจะกลับทิศกัน จึงเรียกว่า distensibility index หลอดเลือดที่เล็กและยุบตัวมากบ่งชี้ว่าความดันในหัวใจห้องบนขวาต่ำ ซึ่งมักแปลว่ายังรับสารน้ำได้ ส่วนหลอดเลือดที่โตและแทบไม่ยุบบ่งชี้ว่าความดันสูงแล้ว

ค่าที่ต้องกรอก

Collapsibility index (cIVC หรือ caval index)
50 %

Collapsibility index (cIVC หรือ caval index) เท่ากับ 50 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับเส้นแบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ RA pressure ได้ 8 mmHg (ช่วง 5-10) ค่าจาก IVC ตัวเดียวไม่ควรใช้ตัดสินการให้สารน้ำโดยลำพัง ควรดูร่วมกับภาพรวมทางคลินิกและวิธีวัดอื่น เป็นตัวช่วยคำนวณ ไม่ใช่คำสั่งการรักษา ต้องประเมินผู้ป่วยรายบุคคลร่วมกับแนวทางเวชปฏิบัติของหน่วยงานเสมอ

Collapsibility index (cIVC หรือ caval index)
50% (เส้นแบ่งที่ใช้กันคือ 50%)
แปลผล
ไม่ถึงเส้นแบ่ง — โอกาสตอบสนองต่อสารน้ำน้อยลง
ประมาณ RA pressure (เกณฑ์ ASE)
8 mmHg (ช่วง 5-10) — ใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยที่หายใจเอง
🔴 ใช้ไม่ได้ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง
ผู้ป่วยสู้เครื่องหรือหายใจเองปนกับเครื่อง · ความดันในช่องท้องสูง · หัวใจห้องขวาล้มเหลวหรือ pulmonary hypertension · ลิ้นหัวใจไตรคัสปิดรั่วรุนแรง · เพิ่งได้ PEEP สูง
วิธีวัดให้ได้ค่าที่ใช้ได้
วัดในแนวยาว ห่างจากรอยต่อ IVC กับหัวใจห้องบนขวาราว 1-2 ซม. หรือใต้ตำแหน่งที่ hepatic vein ไหลเข้า · ระวัง cylinder effect คือ IVC เลื่อนออกนอกระนาบแล้วดูเหมือนยุบทั้งที่ไม่ได้ยุบ · ใช้ M-mode หรือวัดจากภาพ 2 มิติที่เห็นผนังชัดทั้งสองด้าน
พื้นที่โฆษณา · ใต้ผลลัพธ์

วัดตรงไหน และวัดอย่างไรให้ค่าหมายถึงสิ่งเดียวกันทุกครั้ง

ตำแหน่งมาตรฐานคือวาง probe ใต้ลิ้นปี่ มองหลอดเลือดดำใหญ่ในแนวยาว แล้ววัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ประมาณ 1 ถึง 2 เซนติเมตรจากจุดที่หลอดเลือดเปิดเข้าหัวใจห้องบนขวา หรือใต้ต่อจุดที่หลอดเลือดดำตับไหลมารวม การวัดใกล้กะบังลมเกินไปจะได้ค่าที่กว้างกว่าจริง ส่วนการวัดต่ำลงไปในช่องท้องจะได้ค่าที่แคบกว่าจริง

ข้อผิดพลาดทางเทคนิคที่พบบ่อยคือ หลอดเลือดเลื่อนเข้าออกจากระนาบภาพตามจังหวะหายใจ ทำให้ภาพที่เห็นแฟบลงทั้งที่หลอดเลือดไม่ได้แฟบจริง เป็นคนละเส้นในระนาบเดียวกันเท่านั้น การใช้ภาพตัดขวางร่วมด้วย หรือดูจาก M-mode ที่ตั้งฉากกับผนังหลอดเลือด ช่วยลดปัญหานี้ได้

หายใจเองกับใช้เครื่องช่วยหายใจ อ่านคนละทาง

ในคนที่หายใจเอง การหายใจเข้าทำให้ความดันในทรวงอกลดลง เลือดดำไหลกลับเข้าหัวใจมากขึ้น หลอดเลือดจึงแฟบลงตอนหายใจเข้า ค่าที่ใช้คือดัชนีการแฟบ ส่วนในคนที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบควบคุมเต็มที่ เครื่องดันลมเข้าไป ความดันในทรวงอกสูงขึ้นตอนหายใจเข้า หลอดเลือดจึงขยายออกแทน ค่าที่ใช้คือดัชนีการขยาย การเอาเกณฑ์ของกลุ่มหนึ่งไปใช้กับอีกกลุ่มจึงให้คำตอบที่กลับทิศกัน

งานดั้งเดิมของ Barbier และของ Feissel ที่เป็นที่มาของเกณฑ์ในผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ ศึกษาในผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบควบคุมทั้งหมด ไม่มีการหายใจเอง และหัวใจเต้นสม่ำเสมอ ยิ่งผู้ป่วยตรงหน้าต่างจากเงื่อนไขนั้นมากเท่าไร ค่าที่วัดได้ก็ยิ่งตีความตรงตัวได้น้อยลงเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้ค่าหลอก

ขนาดและการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดดำใหญ่ไม่ได้สะท้อนปริมาณน้ำในร่างกายอย่างเดียว มันสะท้อนความดันที่หัวใจห้องขวาต้องรับด้วย ภาวะที่ทำให้อ่านผิดทางได้แก่ หัวใจห้องขวาล้มเหลวหรือความดันหลอดเลือดปอดสูง ลิ้นไตรคัสปิดรั่วมาก ภาวะบีบรัดหัวใจ ความดันในช่องท้องสูงจากท้องมานหรือลำไส้อืด และการตั้ง PEEP สูง ทั้งหมดนี้ทำให้หลอดเลือดดูกว้างและแฟบน้อย ทั้งที่ผู้ป่วยอาจยังขาดน้ำ

ในทางกลับกัน ปริมาตรลมหายใจที่น้อยมาก หรือผู้ป่วยที่หายใจเองเบาๆ จะทำให้ความแปรปรวนตามจังหวะหายใจน้อยลงจนดูเหมือนน้ำพอแล้ว

ใช้เป็นชิ้นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบเดี่ยว

เมื่อนำผลการศึกษาหลายชิ้นมารวมกัน ความสามารถของการวัดหลอดเลือดดำใหญ่ในการทำนายว่าให้สารน้ำแล้วปริมาตรเลือดที่หัวใจบีบออกจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ อยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ค่าที่อยู่ปลายสุดทั้งสองฝั่ง คือหลอดเลือดแฟบเกือบหมดในคนที่ความดันต่ำ หรือหลอดเลือดกว้างและแทบไม่ขยับเลย ให้ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ส่วนค่ากลางๆ มักเปลี่ยนการรักษาไม่ได้ และควรประกอบกับสิ่งอื่น เช่น การยกขาสูงเพื่อดูการตอบสนอง การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือแนวโน้มทางคลินิกโดยรวม

อ้างอิงRudski LG, Lai WW, Afilalo J, et al. Guidelines for the echocardiographic assessment of the right heart in adults. J Am Soc Echocardiogr. 2010;23(7):685-713
Barbier C, Loubières Y, Schmit C, et al. Respiratory changes in inferior vena cava diameter are helpful in predicting fluid responsiveness in ventilated septic patients. Intensive Care Med. 2004;30(9):1740-1746
Feissel M, Michard F, Faller JP, Teboul JL. The respiratory variation in inferior vena cava diameter as a guide to fluid therapy. Intensive Care Med. 2004;30(9):1834-1837
ทบทวนล่าสุด 11 ตุลาคม 2569 · คำนวณในเบราว์เซอร์ ไม่ส่งข้อมูลออกจากเครื่อง
กดเพื่อบอกว่าหน้านี้ใช้ได้จริง