วัดตรงไหน และวัดอย่างไรให้ค่าหมายถึงสิ่งเดียวกันทุกครั้ง
ตำแหน่งมาตรฐานคือวาง probe ใต้ลิ้นปี่ มองหลอดเลือดดำใหญ่ในแนวยาว แล้ววัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ประมาณ 1 ถึง 2 เซนติเมตรจากจุดที่หลอดเลือดเปิดเข้าหัวใจห้องบนขวา หรือใต้ต่อจุดที่หลอดเลือดดำตับไหลมารวม การวัดใกล้กะบังลมเกินไปจะได้ค่าที่กว้างกว่าจริง ส่วนการวัดต่ำลงไปในช่องท้องจะได้ค่าที่แคบกว่าจริง
ข้อผิดพลาดทางเทคนิคที่พบบ่อยคือ หลอดเลือดเลื่อนเข้าออกจากระนาบภาพตามจังหวะหายใจ ทำให้ภาพที่เห็นแฟบลงทั้งที่หลอดเลือดไม่ได้แฟบจริง เป็นคนละเส้นในระนาบเดียวกันเท่านั้น การใช้ภาพตัดขวางร่วมด้วย หรือดูจาก M-mode ที่ตั้งฉากกับผนังหลอดเลือด ช่วยลดปัญหานี้ได้
หายใจเองกับใช้เครื่องช่วยหายใจ อ่านคนละทาง
ในคนที่หายใจเอง การหายใจเข้าทำให้ความดันในทรวงอกลดลง เลือดดำไหลกลับเข้าหัวใจมากขึ้น หลอดเลือดจึงแฟบลงตอนหายใจเข้า ค่าที่ใช้คือดัชนีการแฟบ ส่วนในคนที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบควบคุมเต็มที่ เครื่องดันลมเข้าไป ความดันในทรวงอกสูงขึ้นตอนหายใจเข้า หลอดเลือดจึงขยายออกแทน ค่าที่ใช้คือดัชนีการขยาย การเอาเกณฑ์ของกลุ่มหนึ่งไปใช้กับอีกกลุ่มจึงให้คำตอบที่กลับทิศกัน
งานดั้งเดิมของ Barbier และของ Feissel ที่เป็นที่มาของเกณฑ์ในผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ ศึกษาในผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบควบคุมทั้งหมด ไม่มีการหายใจเอง และหัวใจเต้นสม่ำเสมอ ยิ่งผู้ป่วยตรงหน้าต่างจากเงื่อนไขนั้นมากเท่าไร ค่าที่วัดได้ก็ยิ่งตีความตรงตัวได้น้อยลงเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้ค่าหลอก
ขนาดและการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดดำใหญ่ไม่ได้สะท้อนปริมาณน้ำในร่างกายอย่างเดียว มันสะท้อนความดันที่หัวใจห้องขวาต้องรับด้วย ภาวะที่ทำให้อ่านผิดทางได้แก่ หัวใจห้องขวาล้มเหลวหรือความดันหลอดเลือดปอดสูง ลิ้นไตรคัสปิดรั่วมาก ภาวะบีบรัดหัวใจ ความดันในช่องท้องสูงจากท้องมานหรือลำไส้อืด และการตั้ง PEEP สูง ทั้งหมดนี้ทำให้หลอดเลือดดูกว้างและแฟบน้อย ทั้งที่ผู้ป่วยอาจยังขาดน้ำ
ในทางกลับกัน ปริมาตรลมหายใจที่น้อยมาก หรือผู้ป่วยที่หายใจเองเบาๆ จะทำให้ความแปรปรวนตามจังหวะหายใจน้อยลงจนดูเหมือนน้ำพอแล้ว
ใช้เป็นชิ้นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบเดี่ยว
เมื่อนำผลการศึกษาหลายชิ้นมารวมกัน ความสามารถของการวัดหลอดเลือดดำใหญ่ในการทำนายว่าให้สารน้ำแล้วปริมาตรเลือดที่หัวใจบีบออกจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ อยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ค่าที่อยู่ปลายสุดทั้งสองฝั่ง คือหลอดเลือดแฟบเกือบหมดในคนที่ความดันต่ำ หรือหลอดเลือดกว้างและแทบไม่ขยับเลย ให้ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ส่วนค่ากลางๆ มักเปลี่ยนการรักษาไม่ได้ และควรประกอบกับสิ่งอื่น เช่น การยกขาสูงเพื่อดูการตอบสนอง การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือแนวโน้มทางคลินิกโดยรวม